วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เปิดกรุ "กูปรี" ความขลังที่ยังอยู่ในความทรงจำ | legend of krupre sisaket thailand history of krupre


จาก: WANTED MAGAZINE <wanted_mag@hotmail.com>
วันที่: 2 ตุลาคม 2554, 9:36

ร่วมเปิดกรุ "กูปรี" ความขลังที่ยังอยู่ในความทรงจำ
------------------------------------------------
         หากเอ่ยชื่อ จังหวัดศรีสะเกษ คงมีหลายภาพที่เกิดขึ้นในความทรงจำของใครหลายคน
ตามแต่พื้นฐานและประสบการณ์ ที่ต่างกันออกไป ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งคนในพื้นที่หรือนอก
พื้นที่ คนที่เกิดและโตที่นี่ หรือคนที่เคยผ่านมาที่นี่ ศรีสะเกษ ยังคงอยู่ในความทรงจำแต่ ภาพ
ที่ว่านั้น จะเป็นอะไร คงบอกกล่าวกันไม่ได้
        ความอุดมสมบูรณ์ของหลายพื้นที่ในจังหวัด กับพื้นที่สีเขียวที่มีอาณาเขตปกคลุมกันอย่าง
กว้างไกล ชนิด ข้ามภูเ้ขาเป็นลูกๆ เช่นเดียวกัน กับความแห้งแล้งในบางฤดูีที่ กินพื้นที่กว้างไกล
ไปอีกเช่นกัน แต่นั่นก็คือเมื่อหลายปีที่ผ่านมา เพราะในปัจจุบันจังหวัดศรีสะเกษ กลายเป็นจังหวัด
ที่มีพื้นที่เพาะปลูก ทั้งพืชสวน พืชไร่จนสามารถเป็นสินค้าออกของจังหวัดได้มากมาย นั่นเพราะ
เกิดจากการพัฒนาและปรับเปลี่ยนวิธีในการทำเกษตรกรรมเพื่อให้ทุกพื้นที่สามารถทำการเกษตร
ได้ตลอดฤดูกาล และนั่นก็ทำให้เรื่องของ "สินค้าเกษตร" เป็นอีกสิ่งหนึ่งสำคัญที่ทำให้คนทั้งประ
เทศรู้จักจังหวัดเล็ก ๆแห่งนี้
       ว่ากันไปถึงความเป็นมาของจังหวัดที่ก็ต้องบอกว่ามีลักษณะที่เป็นเฉพาะและเอกลักษณ์ที่
ชัดเจน ความหลากหลายของชาติพันธุ์ที่ก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมที่งดงามของจังหวัด ก็คือสิ่งสำคัญ
ที่เป็นประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ และภาคภูิมิใจในบรรพบุรุษและแผ่นดินเกิด
       เมื่อพลิกดูปูมหลังมีหลายสิ่งที่ เกิดขึ้นที่นี่ และยังคงเป็นสิ่งเดียวที่มีที่นี่ นี่ยังไม่รวมถึงความ
ยิ่งใหญ่แห่งอารยะ อย่าง "เขาพระวิหาร" ที่ถือเป็น "มรดกโลก" และยังส่องสว่างแสดงความรุ่ง
เรืองแห่งประวัติของอาณาจักรขอมแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี
       ความสมบูรณ์ของพื้นที่ดังกล่าว ยังทำให้ที่นี่ เป็นแหล่งสุดท้ายและที่สุดท้ายที่ทำให้เราได้
พบเห็นสัตว์ป่าหายาก ที่ตอนนี้สูญพันธุ์ไปแล้วอย่าง "กูปรี" หรือ "โคไพร" ซึ่งพื้นที่สุดท้ายที่พบ
สัตว์หายากนี้ก็คือ ชายแดนไทย และกัมพูชา ในพื้นที่ของจังหวัดศรีสะเกษ นั่นเอง
       เพราะไม่มีที่อื่นใดในโลกที่จะหาพบสัตว์ชนิดนี้ได้ ตั้ง มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืช
แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้ใช้รูปกูปรี เป็นสัญลักษณ์ของมูลนิธิ เพื่อเน้นถึงความ
สำคัญของสัตว์หายากที่มีอยู่ในภูมิภาคอินโดจีนไม่มีที่อื่นในโลกและเป็นสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์
       นับจากนั้นมาชื่อของ "กูปรี" ก็เริ่มคุ้นหูและเป็นที่รู้จักของคนไทยมากขึ้น และยิ่งชัดเจนขึ้น
เมื่อชื่อ "กูปรี" ได้กลายมาเป็น ฉายาของทีมฟุตบอลอาชีพที่เป็นความภูมิใจของชาวศรีสะเกษใน
ชื่อ "กูปรี อันตราย" ชื่อของฉายา ตุ๊กตาสัญลักษณ์และสัตว์นำโชค (มาสค็อต) ที่สื่อถึงความสำคัญ
และที่มาของทีม
       ซึ่งหากบรรยายถึงลักษณ์ของ กูปรีแล้ว ตัวผู้ มีขนสีดำขนาดความสูง 1.71 - 1.90 เมตร ขนาด
ลำตัว 2.10 - 2.22 เมตร น้ำหนักตัวประมาณ 700 - 900 กิโลกรัม เขาตัวผู้จะโค้งเป็นวงกว้าง แล้วตี
วงโค้งไปข้างหน้า ปลายเขาแตกออกเป็นพู่คล้ายเส้นไม้กวาดแข็ง ขาทั้ง 4 มีถุงเท้าสีขาวเช่นเดียวกับ
กระทิงตัวเมีย มีขนสีเทามีเขาตีวงแคบแล้วม้วนขึ้นด้านบน ไม่มีพู่ที่ปลายเขา มีเขากลวงแบบ Horns
ขนาด เท่ากัน โคนเขาใหญ่ ปลายเขาแหลม ไม่มีการแตกกิ่ง ยาวประมาณ 1 เมตร
       เมื่อปัจจุบัน กูปรี ได้สูญพันธุ์ไปแล้วสิ่งที่เหลือไว้ ก็คือ ตัวอักษรและจารึกตามหน้าประวัติศาสตร์
ที่ยังพอมีให้คนรุ่นหลัง ได้ศึกษาค้นคว้า และมีเพียงภาพถ่ายหรือภาพร่างของกูปรี ที่พบตามเว็บไซต์
ให้ได้ดูได้เห็นกัน แต่ในเมื่อตามประวัติศาสตร์ซึ่งระบุว่า "ที่นี่" คือที่สุดท้าย ที่พบเห็นสัตว์สายพันธุ์ดัง
กล่าวก่อนสูญพันธุ์ จึงเชื่อแน่ว่า ในพื้นที่ของจังหวัดศรีสะเกษเรา ยังคง หลงเหลือ สัญลักษณ์หรือกระทั่ง
"กะโหลกศรีษะ กูปรี" อยู่เป็นแน่ อย่าให้เป็นเพียงภาพในจินตนาการ หรือความนึกคิดของลูกหลานเรา
ผมเอง ในนามของประธานสโมสรศรีสะเกษ เมืองไทยเอฟซี ใคร่ขอเรียนเชิญท่านที่มีภาพหรือ ชิ้นส่วน
กะโหลก "กูปรี" ได้ร่วมกันเผยแพร่ ภาพ เพื่อเป็นวิทยาทานแก่คนรุ่นหลัง และร่วมยืนยันการมีอยู่จริง
ของสัตว์นำโชคของจังหวัดเราอย่าง เจ้า "กูปรี" นี้ เพื่อผ่านไปสู่สายตาของพี่น้องเราทั้งจังหวัดและคน
ทั้งประเทศครับ..... 
 
 
...........................
สมบัติ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ เมืองไทยเอฟซี
 
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น